ข้ามไปที่เนื้อหา
PipDig

ข่าวฟอเร็กซ์

ทรีนีตี้ชี้ Q4 หุ้นโลกผันผวน มอง SET 1,500-1,700 จุด

ทรีนีตี้มองตลาดหุ้นโลกไตรมาส 4/2569 เข้าสู่ภาวะ Tug-of-War พร้อมประเมิน SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,500-1,700 จุด

โดย Kittipong Chaiyasit, Thailand Markets Editorกองบรรณาธิการ PipDig

หน้านี้เป็นฉบับภาษาไทย เขียนขึ้นจากข้อเท็จจริงชุดเดียวกับฉบับภาษาอังกฤษ ไม่ใช่คำแปล

  • มองตลาดหุ้นโลกไตรมาส 4 เผชิญแรงกดดันจากปัจจัย Macro แต่กำไรบจ.ยังช่วยหนุนฝั่ง Micro
  • ประเมิน SET มีโอกาสแกว่งในกรอบ 1,500-1,700 จุด และอาจทดสอบ 1,500 จุดในกรณี Panic Sell
  • แนะกลยุทธ์ Bottom Fishing หรือ Buy the Dip พร้อมคัด 5 ธีมหุ้นเด่น

ทรีนีตี้ประเมินว่าตลาดหุ้นโลกไตรมาส 4/2569 จะเข้าสู่ภาวะ “Tug-of-War” ระหว่างปัจจัยมหภาคที่กดดันตลาดกับกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ยังช่วยประคองตลาด ฝั่ง SET ถูกมองว่าเคลื่อนไหวในกรอบ 1,500-1,700 จุด

Wide landscape showing a solitary windswept tree beside a balancing boulder on a narrow ridge under a cool dawn sky, with an empty, uncluttered foreground in the lower third.
ทรีนีตี้ชี้ Q4 หุ้นโลกผันผวน มอง SET 1,500-1,700 จุด

ปัจจัยกดดัน

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ จก. ระบุว่า ปัจจัย Macro ที่ต้องจับตาต้นไตรมาสคือทิศทางนโยบายการเงินของเฟด หลังปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็นครั้งแรกของรอบในกลางเดือนกันยายน และยังมีโอกาสขึ้นอีกครั้งภายในสิ้นปี เงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ด้วย

เขากล่าวด้วยว่า ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงยังเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลก ส่วนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 อาจเพิ่มความผันผวนให้ตลาดทุนทั่วโลก

ทรีนีตี้ประเมินกรณีฐานว่า พรรคเดโมแครตมีโอกาสกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่พรรครีพับลิกันน่าจะรักษาเสียงข้างมากในวุฒิสภาไว้ได้อย่างหวุดหวิด ภายใต้ภาวะ Divided Congress แรงกระตุ้นทางการคลังของสหรัฐฯ ในช่วงปี 2027-2028 อาจลดลง และประเด็น Government Shutdown กับเพดานหนี้สหรัฐฯ อาจกลับมาเป็นความเสี่ยง

ด้านภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ทรีนีตี้มองว่ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังมีโอกาสยืดเยื้อ ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูงต่อไป

แรงหนุนฝั่ง Micro

ทรีนีตี้ระบุว่า ปัจจัยเชิงจุลภาคยังช่วยประคองตลาด โดยเฉพาะแนวโน้มการปรับเพิ่มประมาณการ EPS ที่ยังเป็นบวกและกระจายตัวในหลายอุตสาหกรรม ทั้งกลุ่มเทคโนโลยีและพลังงาน

สำหรับตลาดหุ้นไทย การปรับเพิ่มประมาณการ EPS ช่วงแรกได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันหลังความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน แต่ตั้งแต่เดือนสิงหาคมและกันยายน การปรับเพิ่มประมาณการเริ่มกระจายไปหลายกลุ่มมากขึ้น หลังผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ดีกว่าคาด และหลายบริษัทให้ guidance ดีกว่าประมาณการเดิม

แนวโน้มกำไรที่ดีขึ้นทำให้ Forward P/E ของตลาดหุ้นโลกและตลาดหุ้นไทยลดลงมาต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ขณะที่ Implied Equity Risk Premium ของตลาดหุ้นไทยล่าสุดอยู่ราว 5.8% เทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาว 4.0%

ทรีนีตี้ยังระบุว่า Real Policy Rate ของไทยอยู่ราว -1.0% ถึง -1.9% ตั้งแต่เดือนเมษายน และในช่วงเดียวกัน SET ให้ผลตอบแทนสะสมราว 10.2% หรือเฉลี่ยราว 2% ต่อเดือน ด้าน Market Breadth ของตลาดไม่ได้ทำจุดต่ำใหม่ตามดัชนี แม้ SET เคยทำจุดต่ำใหม่

กรอบดัชนี

ทรีนีตี้คำนวณกรอบ SET จาก PE Model โดยใช้ Forward P/E สามกรณีที่ 15.9 เท่า 14.8 เท่า และ 13.8 เท่า ร่วมกับคาดการณ์ EPS ปี 2569 จาก Bloomberg Consensus ราว 110 บาท ได้ระดับเหมาะสมที่ 1,750 จุด 1,630 จุด และ 1,510 จุด ตามลำดับ

เมื่อเทียบกับ SET บริเวณ 1,580 จุดในเวลานั้น ทรีนีตี้มองว่าตลาดยังไม่ได้ตึงตัวมาก แต่ถ้าเกิด Panic Sell ในไตรมาส 4 ดัชนีมีโอกาสลงมาทดสอบแถว 1,500 จุด ส่วนโอกาส Rally แรงยังจำกัด

“ด้วยปัจจัยดังกล่าว เราจึงประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET ในช่วงที่เหลือของปีไว้ที่ 1,500–1,700 จุด” นายณัฐชาตกล่าว

ธีมหุ้นเด่น

ทรีนีตี้แนะนำกลยุทธ์ Bottom Fishing หรือ Buy the Dip มากกว่าการไล่ซื้อช่วงตลาดขาขึ้น และให้รอจังหวะ Panic Sell เพื่อทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี ควบคู่กับ Sector Rotation และ Stock Selection

  • ปศุสัตว์: ได้แรงหนุนจากราคาสุกรและไก่เนื้อที่มีแนวโน้มฟื้นตัว และต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลง หุ้นเด่น BTG, TFG
  • ท่องเที่ยว: เข้าสู่ช่วง High Season ในไตรมาส 4 และราคาหุ้นยัง Laggard SET ตั้งแต่ต้นปีราว 20% หุ้นเด่น AWC, ERW
  • ค้าปลีก: ได้ประโยชน์จากการจับจ่ายปลายปีและมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐ หุ้นเด่น CRC, COM7
  • สินค้าเกษตรแปรรูป: ได้อานิสงส์จากความเสี่ยง Super El Niño และการปรับขึ้นของราคาสินค้าเกษตร หุ้นเด่น STA, TVO
  • กลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก FDI: หนุนจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะฐานการผลิตและ Data Center ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หุ้นเด่น AMATA, STECON

ที่มา: ThaiPR.NET Finance (TH press releases),