ข่าวฟอเร็กซ์
พาณิชย์ตรวจสต๊อก CP All หลังน้ำท่วม กระจายไข่ไก่คุมส่งออก
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ลงพื้นที่ตรวจศูนย์กระจายสินค้า CP All เมื่อ 2 ต.ค. 2569 พร้อมสั่งติดตามสต๊อกและการเปิดร้านทั่วประเทศใกล้ชิด
หน้านี้เป็นฉบับภาษาไทย เขียนขึ้นจากข้อเท็จจริงชุดเดียวกับฉบับภาษาอังกฤษ ไม่ใช่คำแปล
- ศูนย์ CP All กระจายสินค้าไปยังสาขากรุงเทพฯ และปริมณฑลกว่า 2,800 สาขา จากเครือข่าย 7-Eleven กว่า 16,500 สาขา
- บริษัทเพิ่มจุดสต๊อกย่อยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลอีก 44 จุด
- สาขาที่ปิดจากน้ำท่วมราว 210 สาขา เปิดกลับมาแล้ว 120 สาขา เหลือราว 90 สาขา
- กรมการค้าภายในขอให้ผู้ส่งออกไข่ไก่ลดส่งออก 30–50% หรือเลื่อน 2–3 สัปดาห์
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตรวจติดตามสินค้าและการกระจายสินค้าที่ศูนย์กระจายสินค้า CP All เมื่อ 2 ตุลาคม 2569. เธอสั่งให้กรมการค้าภายในติดตามสต๊อกและการเปิดให้บริการของค้าปลีกค้าส่ง ร้านสะดวกซื้อ และช่องทางจำหน่ายทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด

ศุภจีกล่าวว่าศูนย์แห่งนี้กระจายสินค้าไปยังสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑลกว่า 2,800 สาขา จากเครือข่าย 7-Eleven ทั่วประเทศกว่า 16,500 สาขา. จากการตรวจสอบพบว่าสต๊อกยังเพียงพอ และบริษัทมีระบบติดตามสต๊อกกับสถานการณ์ของแต่ละสาขาเพื่อปรับการกระจายสินค้าให้เหมาะสม
บริษัทได้เพิ่มจุดสต๊อกย่อยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลอีก 44 จุด เพื่อให้เติมสินค้าเข้าสาขาได้เร็วขึ้น. ก่อนหน้านี้มีสาขาที่ต้องปิดจากน้ำท่วมราว 210 สาขา ปัจจุบันกลับมาเปิดแล้ว 120 สาขา และยังเหลือราว 90 สาขาที่ปิดอยู่
ด้านการบริหารภาพรวม กระทรวงพาณิชย์ใช้กลไก Single Command รวบรวมข้อมูลจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรับรู้ปัญหาและความต้องการของประชาชนในแต่ละจุด. ล่าสุดได้ประสานนำถุงยังชีพ 2,000 ชุดไปยังจังหวัดปราจีนบุรี และไม่ให้การดำเนินงานซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น
กรมการค้าภายในตั้ง War Room โดยมีอธิบดีกรมการค้าภายในเป็นหัวหน้า เพื่อประสานผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่ง ผู้ผลิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง. เป้าหมายคือบริหารจัดการสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละพื้นที่ โดยเน้นสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่าจากการติดตามร่วมกับฟาร์มผู้ผลิต น้ำท่วมกระทบฟาร์มบางแห่ง แต่ภาพรวมยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้. กรมฯ ประชุมร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ผู้ผลิต ผู้รวบรวม ผู้ส่งออก และผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่ง เมื่อ 1 ตุลาคม 2569 เพื่อประเมินสถานการณ์
ความต้องการไข่ไก่ภายในประเทศอยู่ที่ประมาณ 12 ล้านฟองต่อวัน. กรมการค้าภายในขอความร่วมมือผู้ส่งออกลดปริมาณส่งออก 30–50% หรือเลื่อนการส่งออกไป 2–3 สัปดาห์ และให้ส่งแผนการส่งออกช่วงเดือนตุลาคม–พฤศจิกายนเป็นรายสัปดาห์
กรมฯ ยังขอความร่วมมือผู้เลี้ยงไก่ไข่ขยายระยะเวลาแม่ไก่ยืนกรงอีก 3–5 สัปดาห์. พร้อมกำชับฟาร์มผู้ผลิตให้จัดสรรไข่ไก่ผ่านช่องทางการค้าและคู่ค้าตามปกติ โดยเฉพาะห้างค้าปลีกค้าส่ง เพื่อกระจายสินค้าให้ทั่วถึงและป้องกันการฉวยโอกาสปรับราคาที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริง
กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และเร่งบริหารให้สินค้าจำเป็นกระจายสู่พื้นที่ต่าง ๆ ต่อเนื่อง. กรมการค้าภายในถูกกำชับให้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจราคา หากพบการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นสต๊อกเดิม ให้ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
รัฐบาลอยู่ระหว่างเตรียมมาตรการช่วยเหลือและงบประมาณเยียวยาประชาชนหลังน้ำลด ทั้งซ่อมแซมบ้านเรือน ที่พักอาศัย และสถานประกอบการ. ยังเตรียมโครงการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดภายใต้แนวทาง “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ”
กระทรวงพาณิชย์ระบุให้ประชาชนและผู้ประกอบการเลือกซื้อและจำหน่ายสินค้าในราคาที่เหมาะสม. หากพบการฉวยโอกาสขึ้นราคาให้แจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 และผู้ประกอบการที่ขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือฉวยโอกาสในช่วงวิกฤตจะถูกดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
ที่มา: Ministry of Commerce Minister News (TH),