ข้ามไปที่เนื้อหา
PipDig

ข่าวฟอเร็กซ์

ฟิทช์เปลี่ยนแนวโน้มเครดิตไทยเป็นมีเสถียรภาพ

ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตไทยเป็น “มีเสถียรภาพ” จาก “แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ” หลังงานสัมมนาประจำปีช่วงเช้าวันนี้

โดย Kittipong Chaiyasit, Thailand Markets Editorกองบรรณาธิการ PipDig

หน้านี้เป็นฉบับภาษาไทย เขียนขึ้นจากข้อเท็จจริงชุดเดียวกับฉบับภาษาอังกฤษ ไม่ใช่คำแปล

  • ฟิทช์คาดเศรษฐกิจโลกขยายตัว 2.6% ในปี 2569 จาก 2.7% ในปีก่อน
  • ฟิทช์มองว่าหนี้สาธารณะต่อ GDP ของไทยทรงตัวได้ในระยะปานกลาง
  • ธนาคารไทยลดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับ แต่ยังเผชิญคุณภาพสินทรัพย์ที่ค่อนข้างสูง

ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตประเทศไทยเป็น “มีเสถียรภาพ” จาก “แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ” เมื่อไม่นานมานี้ โดยเชื่อมั่นมากขึ้นว่าอัตราส่วนหนี้สินภาครัฐต่อ GDP จะทรงตัวได้ในระดับที่มีเสถียรภาพในระยะปานกลาง

A top-down aerial photo showing orderly grids of matte concrete cubes, brushed brass weights and stacked ceramic tiles clustered in the upper two-thirds of the frame, lit in cool morning light with a muted slate-blue and warm brass palette; the lower third is left empty and uncluttered.
ฟิทช์เปลี่ยนแนวโน้มเครดิตไทยเป็นมีเสถียรภาพ

การเปลี่ยนมุมมองดังกล่าวเกิดขึ้นหลังงานสัมมนาประจำปีของฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ซึ่งจัดขึ้นช่วงเช้าวันนี้ งานดังกล่าวยังเป็นวาระครบรอบ 25 ปีของการก่อตั้งฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) และครบรอบ 30 ปีที่ฟิทช์เริ่มทำการจัดอันดับเครดิตประเทศไทย

คุณโทมัส รูคมาเคอร์ หัวหน้ากลุ่มจัดอันดับเครดิตประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จากฟิทช์ เรทติ้งส์ ฮ่องกง กล่าวว่าฟิทช์คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะยังคงขยายตัวได้ดีที่ 2.6% ในปี 2569 ลดลงเล็กน้อยจาก 2.7% ในปีก่อน

เขาระบุด้วยว่าการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ยังไม่มีสัญญาณชะลอตัว และจะช่วยบรรเทาแรงกดดันเชิงลบจากวิกฤตพลังงานโลก

ฟิทช์ยังระบุว่า การส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศที่แข็งแกร่งช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในเอเชีย รวมถึงเศรษฐกิจของจีน แม้อุปสงค์ภายในประเทศจีนยังอ่อนแอจากการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรที่ลดลงและการลดภาระหนี้สินของภาคครัวเรือน

ฟิทช์กล่าวว่า ประเทศในภูมิภาคเอเชียกำลังเผชิญกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ขนาดใหญ่ เช่น อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์

ในส่วนของประเทศไทย ฟิทช์ระบุว่าเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความท้าทายด้านอัตราการเติบโต แต่ปรับตัวได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้

ฟิทช์ยังระบุว่าแรงกดดันด้านเงินฝืดลดลง และความสามารถที่จะคาดการณ์ทิศทางของนโยบายดีขึ้นภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ด้านภาคธนาคาร คุณพาสันติ์ สิงหะ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสถาบันการเงินของ ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ธนาคารไทยลดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับโดยชะลอการเติบโตของสินเชื่อและปรับสัดส่วนโครงสร้างของพอร์ตสินเชื่อ

เขากล่าวว่า ธนาคารไทยยังคงมีความเสี่ยงค่อนข้างสูงด้านคุณภาพสินทรัพย์ และสินเชื่อด้อยคุณภาพน่าจะยังทรงตัวในระดับสูงเมื่อเทียบกับธนาคารอื่นในภูมิภาค

อย่างไรก็ดี เขาระบุว่าความสามารถในการทำกำไรยังแข็งแกร่งแม้ต้องเผชิญสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานที่อ่อนแอ และความสามารถในการรองรับความเสี่ยงในด้านเงินกองทุนยังช่วยรองรับความเสี่ยงด้านลบได้ในระดับหนึ่ง

คุณวินเซนต์ มิลตัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวปิดงานว่า ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) มีส่วนช่วยสนับสนุนการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ของไทย โดยส่งเสริมความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และวินัยทางการเงินให้สอดคล้องกับมาตรฐานเครดิตสากล

เขากล่าวด้วยว่าการเพิ่มความโปร่งใส รวมถึงการใช้ผลการจัดอันดับเครดิตจากสองสถาบันเป็นอย่างน้อย เป็นแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดที่ใช้ในตลาดต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ และจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและการบวนการทำงานของตลาดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ที่มา: ThaiPR.NET Finance (TH press releases),