ข่าวฟอเร็กซ์
ศุภจีชูไทยเป็น Trusted Partner ในโลกที่แบ่งขั้ว
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ร่วมเปิดเวทีและเสวนาเมื่อ 30 กันยายน 2569 ชี้ไทยต้องรักษาสมดุลทางการค้า ขยายตลาดใหม่ และยกระดับเป็น Trusted Partner
หน้านี้เป็นฉบับภาษาไทย เขียนขึ้นจากข้อเท็จจริงชุดเดียวกับฉบับภาษาอังกฤษ ไม่ใช่คำแปล
- ร่วมพิธีเปิดและเสวนา “ประเทศไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม : เปลี่ยนอย่างไรให้ไปต่อ” เมื่อ 30 กันยายน 2569
- ชี้ไทยต้องสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่สมดุลกับทุกขั้ว และขยายตลาดใหม่
- ระบุตลาดสำคัญอย่างสหรัฐฯ อินเดีย จีน EU และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- เสนอให้ยกระดับภาคเกษตรและ SMEs ผ่านทักษะ เงินทุน และการเข้าถึงตลาด
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมพิธีเปิดและเสวนาในหัวข้อ “ประเทศไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม : เปลี่ยนอย่างไรให้ไปต่อ” เมื่อ 30 กันยายน 2569 ที่อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี

เธอแสดงวิสัยทัศน์เรื่องการวางตำแหน่งประเทศไทยในโลกที่เปลี่ยนแปลงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งกระทบภูมิเศรษฐศาสตร์และทิศทางการค้าโลก
ศุภจีกล่าวว่า ไทยต้องสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่สมดุลกับทุกขั้ว และยกระดับบทบาทสู่การเป็น “คู่ค้าที่โลกไว้วางใจ” หรือ Trusted Partner เพื่อสร้างโอกาสใหม่และการเติบโตอย่างยั่งยืน
แนวทางการค้า
รองนายกรัฐมนตรีฯ ระบุว่า ไทยอยู่ในโลกที่กำลังจัดระเบียบใหม่ จึงต้องวางยุทธศาสตร์การค้าและการตลาดบน 3 แนวทาง คือ สร้างสมดุลใหม่ หาโอกาสเพื่อการเติบโต และกระจายตัว
เธอกล่าวว่า ไทยต้องรักษาความสัมพันธ์และประโยชน์ทางการค้ากับตลาดสำคัญที่เชื่อมโยงทางเศรษฐกิจสูง พร้อมสร้างสมดุลกับประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการค้าแตกต่างกัน และเร่งขยายตลาดใหม่เพื่อลดการกระจุกตัวของตลาด
เราต้องเป็น Trusted Partner ของประเทศต่าง ๆ เพราะในช่วงที่ทุกประเทศกำลังหาจุดยืนใหม่ในห่วงโซ่อุปทานโลก ไทยต้องทำให้ทุกฝ่ายเห็นว่าเราสามารถเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สร้างประโยชน์ร่วมกันได้
— นางศุภจี สุธรรมพันธุ์
เธอระบุตลาดสำคัญที่ไทยมีดุลการค้าสูง เช่น สหรัฐอเมริกาและอินเดีย ว่าต้องรักษาและต่อยอดความสัมพันธ์ทางการค้า
สำหรับจีน ซึ่งไทยมีการขาดดุลการค้า ศุภจีกล่าวว่าต้องสร้างสมดุลใหม่ โดยใช้ความสัมพันธ์ทางการค้าเป็นโอกาสในการดึงการลงทุนและเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานในประเทศ
เธอยังระบุตลาดใหม่ที่ต้องเร่งขยาย ได้แก่ สหภาพยุโรปและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและสร้างความสมดุลให้โครงสร้างการค้าของไทย
ฐานเศรษฐกิจ
ศุภจีกล่าวก่อนปิดการเสวนาว่า ไทยจำเป็นต้องพลิกโครงสร้างเศรษฐกิจฐานราก เพราะเศรษฐกิจไทยวันนี้ยังไม่สมดุล
เธอระบุว่า ภาคเกษตรมีแรงงานร้อยละ 30 แต่สร้าง GDP ได้เพียงร้อยละ 8–9 จึงต้องยกระดับประสิทธิภาพและเพิ่มมูลค่า
ขณะที่ SMEs มีแรงงานร้อยละ 70–72 แต่สร้าง GDP ได้เพียงร้อยละ 34–35 จึงต้องเสริมความแข็งแกร่งให้คนตัวเล็ก “เริ่มต้นง่าย เติบโตมั่นคง” และก้าวขึ้นเป็นแชมเปี้ยนระดับภูมิภาค ผ่าน 3 เสาหลัก คือ ทักษะและเครื่องมือ การเข้าถึงแหล่งทุน และการเข้าถึงตลาด
เธอกล่าวว่า เป้าหมายคือการสร้าง “สมดุล การเติบโต และการกระจายรายได้” เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจกระจายโอกาสไปยังภาคเกษตร SMEs และคนตัวเล็กอย่างทั่วถึง
ศุภจีกล่าวด้วยว่า เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงเพิ่มมูลค่าการค้า แต่คือการสร้างโครงสร้างเศรษฐกิจที่สมดุลมากขึ้น ทั้งด้านตลาด ห่วงโซ่อุปทาน และการกระจายโอกาสไปยังผู้ประกอบการและภาคส่วนต่าง ๆ
ที่มา: Ministry of Commerce Minister News (TH),