ข่าวฟอเร็กซ์
ศุภจีร่วมถก บกปภ.ช. 3 ต.ค. เร่งติดตามอุทกภัยและขนส่งสินค้า
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ร่วมประชุม บกปภ.ช. เมื่อ 3 ต.ค. เวลา 09.00 น. เพื่อถกสถานการณ์อุทกภัย การช่วยเหลือประชาชน และติดตามการขนส่งสินค้าทางอากาศ
หน้านี้เป็นฉบับภาษาไทย เขียนขึ้นจากข้อเท็จจริงชุดเดียวกับฉบับภาษาอังกฤษ ไม่ใช่คำแปล
- ที่ประชุมกำชับทุกจังหวัดและหน่วยงานบูรณาการการทำงานรับมือฝนหนัก 4–10 ต.ค. 2569
- กระทรวงพาณิชย์ขอให้ติดตาม Cargo ใกล้ชิด หลังการบินไทยทบทวนการระงับรับ–ส่งสินค้า
- กระทรวงพาณิชย์เตรียมส้วมกระดาษ 1,500 ชุด ส่งผ่าน มท.2 ไปยังพื้นที่ประสบอุทกภัย
การประชุม
วันที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน

ที่ประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชน พร้อมกำชับทุกจังหวัดและทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานเป็นทีม เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักในช่วงวันที่ 4–10 ตุลาคม 2569 เร่งแจ้งเตือนภัย และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิจากโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
Cargo และการช่วยเหลือ
นางศุภจีกล่าวว่า ได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามการขนส่งสินค้าทางอากาศ หรือ Cargo อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความสำคัญต่อการส่งออกและความเชื่อมั่นของประเทศ พร้อมขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เร่งดำเนินการจนการบินไทยทบทวนการระงับรับ–ส่งสินค้า
เธอกล่าวด้วยว่า ขอให้ติดตามกระบวนการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การขนส่งสินค้ากลับมาดำเนินการได้อย่างราบรื่น
สำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กระทรวงพาณิชย์ได้จัดเตรียม “ส้วมกระดาษ” จำนวน 1,500 ชุด เพื่อส่งมอบให้ มท.2 เป็นศูนย์กลางในการกระจายและประสานการจัดส่งไปยังพื้นที่ประสบอุทกภัยตามความต้องการ
หากพื้นที่ใดมีความต้องการเพิ่มเติม ทั้งในต่างจังหวัดหรือกรุงเทพมหานคร สามารถแจ้งจุดความต้องการเพื่อประสานการจัดส่งต่อไป
กระทรวงพาณิชย์พร้อมร่วมดูแลประชาชน โดยติดตามสถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด ให้มีสินค้าเพียงพอ กระจายทั่วถึง และดูแลไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสขึ้นราคา หากประชาชนพบปัญหาสินค้าราคาไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569
ที่มา: Ministry of Commerce Minister News (TH),