ข่าวฟอเร็กซ์
สนค.ชี้ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ย. ลดลงมาอยู่ที่ 48.9
สนค.เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน 2569 ลดลงมาอยู่ที่ 48.9 จาก 49.5 โดยยังถูกกดดันจากค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือน
หน้านี้เป็นฉบับภาษาไทย เขียนขึ้นจากข้อเท็จจริงชุดเดียวกับฉบับภาษาอังกฤษ ไม่ใช่คำแปล
- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมเดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ 48.9
- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันอยู่ที่ 39.3 ส่วนดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 55.3
- สนค.ระบุผลสำรวจไม่สะท้อนผลกระทบอุทกภัยปลายกันยายนถึงตุลาคมอย่างมีนัยสำคัญ
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน 2569 ลดลงมาอยู่ที่ 48.9 จาก 49.5 ในเดือนก่อนหน้า

ผลสำรวจอ้างอิงความคิดเห็นประชาชน 5,424 รายทั่วประเทศ และยังต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งเป็นเกณฑ์เชื่อมั่น
องค์ประกอบดัชนี
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันอยู่ที่ 39.3 ลดลงจาก 39.8 ในเดือนก่อนหน้า และยังอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่น
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 55.3 ลดลงจาก 56.0 ในเดือนก่อนหน้า แต่ยังอยู่ในช่วงเชื่อมั่น
สนค.ระบุว่า ปัจจัยหนุนหลักมาจากมาตรการภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการไทยช่วยไทย พลัส และการส่งออกที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง
ปัจจัยกดดันคือความกังวลต่อค่าครองชีพ ภาระหนี้ครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ยังสูง รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจโลก
รายภูมิภาคและอาชีพ
ในระดับภูมิภาค กรุงเทพฯ และปริมณฑลอยู่ที่ 53.9 จาก 49.2 ในเดือนก่อนหน้า และภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ 50.0 จาก 52.0 โดยทั้งสองภูมิภาคยังอยู่ในช่วงเชื่อมั่น
ภาคกลางอยู่ที่ 47.4 จาก 47.3, ภาคเหนืออยู่ที่ 47.4 จาก 49.4 และภาคใต้อยู่ที่ 48.0 จาก 49.9
ในกลุ่มอาชีพ พนักงานของรัฐอยู่ที่ 53.7 จาก 53.1 และผู้ไม่ได้ทำงานหรือบำนาญอยู่ที่ 50.4 จาก 50.3
เกษตรกรอยู่ที่ 47.0 จาก 48.4, พนักงานเอกชนอยู่ที่ 49.5 จาก 48.9, ผู้ประกอบการอยู่ที่ 49.7 จาก 51.3, รับจ้างอิสระอยู่ที่ 46.7 จาก 47.4 และนักศึกษาอยู่ที่ 47.5 จาก 50.5
เมื่อพิจารณากลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ 41.8 ลดลงจาก 45.1 ในเดือนก่อนหน้า
ผลสำรวจและอุทกภัย
สนค.ระบุว่าการสำรวจทำระหว่างวันที่ 4-25 กันยายน 2569 จึงยังไม่สะท้อนผลกระทบจากอุทกภัยที่เริ่มเกิดขึ้นช่วงปลายเดือนกันยายนและต่อเนื่องถึงเดือนตุลาคมอย่างมีนัยสำคัญ
หน่วยงานระบุว่าผลกระทบจะขึ้นอยู่กับขอบเขตพื้นที่ ระดับความรุนแรง และระยะเวลาของสถานการณ์อุทกภัย รวมถึงอาจกระทบรายได้ครัวเรือน ค่าใช้จ่ายซ่อมแซม และกำลังซื้อ
กระทรวงพาณิชย์ระบุว่ากำลังดูแลค่าครองชีพ ติดตามราคาสินค้าจำเป็น และให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบราคาและปริมาณสินค้า
ที่มา: TPSO Trade Policy & Strategy Office (TH),