ข้ามไปที่เนื้อหา
PipDig

ข่าวกำกับดูแล

โกลเบล็กมองหุ้นไทย ต.ค. ผันผวนกรอบ 1,520-1,600 จุด

โกลเบล็กคาด SET เดือนตุลาคม 2569 แกว่ง Sideway Down ในกรอบ 1,520-1,600 จุด รับแรงกดดันจากน้ำมัน เงินเฟ้อ และฟันด์โฟลว์ไหลออก

โดย Kittipong Chaiyasit, Thailand Markets Editorกองบรรณาธิการ PipDig

หน้านี้เป็นฉบับภาษาไทย เขียนขึ้นจากข้อเท็จจริงชุดเดียวกับฉบับภาษาอังกฤษ ไม่ใช่คำแปล

  • โกลเบล็กมอง SET เดือนตุลาคม 2569 แกว่งในกรอบ 1,520-1,600 จุด
  • WTI เคยพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนล่าสุดลดลงต่ำกว่า 90 ดอลลาร์
  • ต่างชาติขายสุทธิในเดือนกันยายนราว 20,000-25,000 ล้านบาท
  • แนะหุ้นซ่อมแซมหลังน้ำลดและหุ้นส่งออกเป็นกลุ่มเด่น

บล.โกลเบล็กคาดดัชนีตลาดหุ้นไทยเดือนตุลาคม 2569 จะแกว่งผันผวนแบบ Sideway Down ในกรอบ 1,520-1,600 จุด บริษัทชี้แรงกดดันหลักมาจากราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ นโยบายดอกเบี้ยของเฟด และผลกระทบจากน้ำท่วมในประเทศ

Tight macro shot of overlapping blank ledger pages and translucent tracing paper with a fountain pen nib and blurred reading glasses near the upper centre, soft cool light and an empty, low-contrast lower third.
โกลเบล็กมองหุ้นไทย ต.ค. ผันผวนกรอบ 1,520-1,600 จุด

แรงกดดันตลาด

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.โกลเบล็ก ระบุว่า WTI ปรับขึ้นแรงทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง การเผชิญหน้าทางทหารในอ่าวโอมานและช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการคุมกำลังผลิตของ OPEC+ ก่อนล่าสุดร่วงลงมาต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

บริษัทระบุว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นหนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกปรับขึ้น และทำให้ตลาดจับตาท่าทีของธนาคารกลางหลัก โดย BOJ ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ 1.25% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี ขณะที่นักลงทุนกังวลว่าเฟดอาจคงนโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป หลังปีนี้ขึ้นดอกเบี้ยแล้ว 1 ครั้ง และอาจขึ้นอีก 1-2 ครั้ง

ตลาดหุ้นไทยยังถูกกดดันจากเงินทุนต่างชาติไหลออกสุทธิในเดือนกันยายนราว 20,000-25,000 ล้านบาท รวมถึงผลกระทบชั่วคราวจากอุทกภัยในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหลายจังหวัด ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินความเสียหายเบื้องต้น 7,000-17,000 ล้านบาท โดยยังไม่รวมกรณีสถานการณ์ยืดเยื้อหลายวัน

ปัจจัยหนุน

โกลเบล็กระบุว่ามีปัจจัยบวกจากสหรัฐฯ บางส่วน โดย Headline PCE เดือนสิงหาคมอยู่ที่ 3.4%YoY ต่ำกว่าคาด และ GDP ไตรมาส 2/2569 ขยายตัว 2.2% ขณะเดียวกัน CME FedWatch Tool ชี้โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมเหลือ 24%

ฝั่งไทย การส่งออกเดือนสิงหาคมโต 24.3%YoY แตะ 34,618.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หนุนจากสินค้าเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน Data Center และ AI การส่งออกไปสหรัฐฯ โต 48.7% และยังได้แรงหนุนจากทองคำกับสินค้าเกษตรหลักอย่างผลไม้สด

ช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ การส่งออกรวมมีมูลค่า 266,149.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 18.9%YoY และหน่วยงานเศรษฐกิจหลักประเมินว่า GDP ไทยทั้งปี 2569 จะโตในช่วง 1.5%-2.5%

กลยุทธ์ลงทุน

นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะลงทุนใน 2 กลุ่มที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว โดยกลุ่มซ่อมแซมหลังน้ำลด ได้แก่ GLOBAL, DOHOME, HMPRO, TASCO, DCC และ DRT

อีกกลุ่มคือหุ้นส่งออกที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในเดือนสิงหาคม ได้แก่ STA, TEGH, NER, AAI, ITC, TU, CCET, HANA, KCE และ DELTA

นักลงทุนยังต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค รายงานการประชุม FOMC ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และการประชุมนโยบายการเงินของ กนง. วันที่ 28 ต.ค., เฟดวันที่ 27-28 ต.ค., ECB วันที่ 29 ต.ค. และ BOJ วันที่ 30 ต.ค.

ที่มา: ThaiPR.NET Finance (TH press releases),