ข่าวกำกับดูแล
เลนชี้ ECB ยังอยู่ใน “middle path” หลังเงินเฟ้อกันยายนแตะ 3.8%
Philip R. Lane แห่ง ECB กล่าวที่แฟรงก์เฟิร์ตว่า ECB ยังอยู่ใน “middle path” ของนโยบายการเงิน หลังเงินเฟ้อทั่วไปกันยายนอยู่ที่ 3.8% และอัตราดอกเบี้ยนโยบายถูกปรับขึ้นจาก 2.00% เป็น 2.50% ในรอบคาดการณ์เดือนมิ.ย.และก.ย.
หน้านี้เป็นฉบับภาษาไทย เขียนขึ้นจากข้อเท็จจริงชุดเดียวกับฉบับภาษาอังกฤษ ไม่ใช่คำแปล อ่านฉบับภาษาอังกฤษ
- เงินเฟ้อทั่วไปเดือนก.ย.อยู่ที่ 3.8% โดยเงินเฟ้อพลังงาน 18.8%
- ECB ประเมินว่าช็อกด้านพลังงานเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของเงินเฟ้อปีนี้
- Lane ระบุว่า ECB ไม่ได้อยู่บนเส้นทางดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
Action
Philip R. Lane สมาชิกคณะกรรมการบริหารของ ECB กล่าวสุนทรพจน์ที่แฟรงก์เฟิร์ตเมื่อ 5 ตุลาคม 2026

เขาระบุว่า ECB ใช้เกณฑ์สามข้อในการตัดสินใจดอกเบี้ย: แนวโน้มเงินเฟ้อและความเสี่ยงรอบด้าน, พลวัตของเงินเฟ้อพื้นฐาน และความแข็งแรงของการส่งผ่านนโยบายการเงิน.
Lane กล่าวว่า ECB อยู่ใน “middle path” ของนโยบายการเงิน และย้ำว่าไม่ได้อยู่บนเส้นทางดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ล่วงหน้า.
เขากล่าวด้วยว่าเป็นการเหมาะสมที่จะปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 2.00% เป็น 2.50% ในรอบคาดการณ์เดือนมิถุนายนและกันยายน.
Respondents
สุนทรพจน์กล่าวถึง euro area, คณะกรรมการกำกับนโยบายของ ECB และสภากรรมการ (Governing Council) ของธนาคารกลางยุโรป.
Lane ระบุว่าเงินเฟ้อเดือนกันยายนล่าสุดอยู่ที่ 3.8% โดยเงินเฟ้อพลังงานอยู่ที่ 18.8% และเงินเฟ้อที่ไม่รวมพลังงานอยู่ที่ 2.3%.
เขากล่าวว่าเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2025 เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 2.1%, เงินเฟ้อพลังงานติดลบ 1.1% และเงินเฟ้อที่ไม่รวมพลังงานอยู่ที่ 2.4%.
ในองค์ประกอบที่ไม่รวมพลังงาน เงินเฟ้ออาหารลดลงจาก 2.5% เป็น 1.4% ขณะที่ core inflation ขยับขึ้นจาก 2.4% เป็น 2.5%.
ภายในตะกร้า core เงินเฟ้อสินค้าที่ไม่ใช่พลังงานเพิ่มจาก 0.5% เป็น 1.1% และเงินเฟ้อบริการลดลงจาก 3.4% เป็น 3.2%.
Lane กล่าวว่าช็อกด้านพลังงานเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเร่งเงินเฟ้อในปีนี้ และตัวชี้วัดเงินเฟ้อพื้นฐานบ่งชี้ว่ายังไม่เกิดการขยับขึ้นของเงินเฟ้อระยะกลาง.
เขาระบุว่าคาดการณ์เดือนกันยายนชี้ว่าเงินเฟ้อที่ไม่รวมพลังงานจะเพิ่มจาก 2.3% ในปี 2026 เป็นเฉลี่ย 2.6% ในปี 2027 ก่อนลดกลับมา 2.3% ในปี 2028.
Lane ยังกล่าวถึงปัจจัยอื่นที่กำลังกำหนดพลวัตเงินเฟ้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ได้แก่ fiscal dynamics, AI และภาวะการเงินโดยรวม.
เขากล่าวว่า AI กำลังหนุนเศรษฐกิจยูโรโซนผ่าน digital services, การลงทุนภาคธุรกิจ และการส่งออก.
เขาระบุว่าการผลิตใน digital services โต 6.8% ในครึ่งแรกของปี 2026 เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และความเชื่อมั่นในภาค digital services ที่สำรวจโดย European Commission เพิ่มขึ้นราว 1 จุดเปอร์เซ็นต์ในไตรมาส 3 ปี 2026 จากไตรมาสก่อนหน้า.
Lane กล่าวว่าการลงทุนใน ecosystem ที่เกี่ยวกับ AI เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการลงทุนในยูโรโซน และบริษัทต่าง ๆ คาดว่าจะจัดสรรการลงทุนเฉลี่ยราว 9% ให้ AI ใน 12 เดือนข้างหน้า.
เขาระบุว่าการลงทุนใน data centres และ digitalisation เพิ่มขึ้นราว 15% นับตั้งแต่เปิดตัว ChatGPT ปลายปี 2022 และ AI-related exports โต 6.7% ในช่วง 2024-2025.
ในด้านสินเชื่อบริษัท Lane กล่าวว่าการเติบโตของ corporate credit เร่งขึ้นในครึ่งแรกของปี 2026 ก่อนชะลอลงเล็กน้อยระหว่างเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม.
เขาระบุว่าการเติบโตของหนี้บริษัทในปี 2026 โดยรวมสอดคล้องกับ nominal GDP และอัตราส่วน corporate debt-to-GDP อยู่ราว 66%.
ด้านครัวเรือน เขากล่าวว่าการเติบโตของ mortgage อยู่ราว 3.1% ตั้งแต่ต้นปีถึงสิงหาคม ขณะที่ต้นทุนการปล่อยกู้ธนาคารเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มเป็น 3.6% จาก 3.3% เมื่อสิ้นปี 2025.
Lane กล่าวว่าการเติบโตของ consumer credit อยู่ราว 5% ตั้งแต่ต้นปี และ consumer credit ดูเหมือนมาจากความต้องการสภาพคล่องของครัวเรือนที่เปราะบางทางการเงิน.
Effective
Lane กล่าวว่ากำลังติดตามเงินเฟ้อเดือนกันยายน, การส่งผ่านจากช็อกพลังงานสู่เงินเฟ้อที่ไม่รวมพลังงาน และผลของการตัดสินใจดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นแล้วต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ.
เขาระบุว่าเงินเฟ้อพลังงานล่าสุดอาจสะท้อน second wave ของ energy supply shock หลังจากการพุ่งขึ้นครั้งแรกเมื่อเริ่มต้นความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการย่อลงชั่วคราวในช่วงฤดูร้อน.
Lane กล่าวว่าสภาวะการคลังในยูโรโซนเปลี่ยนจากเป็นกลางในปี 2025 เป็นผ่อนคลาย 0.5 จุดเปอร์เซ็นต์ในปี 2026 และ ECB staff คาดว่าจะตึงขึ้นในปี 2027 และ 2028 ที่ 0.4 และ 0.2 จุดเปอร์เซ็นต์ตามลำดับ.
เขายังระบุว่าการเติบโตของ government consumption และ government investment คาดว่าจะชะลอลงอย่างเห็นได้ชัดในปี 2027 และ 2028.
Lane กล่าวว่าการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยในอนาคตจะทำแบบ meeting-by-meeting และ data-dependent.
เขาปิดท้ายว่าสุนทรพจน์สะท้อนมุมมองส่วนตัว และไม่ควรถูกตีความว่าเป็นมุมมองร่วมของ Governing Council ของ ECB.
ที่มา: ECB,