ตลาดหุ้นวันนี้
Krungthai CIO มองหุ้นโลกยังได้แรงหนุนงบไตรมาส 3
Krungthai CIO แนะคงน้ำหนักหุ้นมากกว่าปกติเล็กน้อย และใช้กลยุทธ์ Barbell หลังตลาดหุ้นโลกยังได้แรงหนุนจากความคาดหวังงบไตรมาส 3
หน้านี้เป็นฉบับภาษาไทย เขียนขึ้นจากข้อเท็จจริงชุดเดียวกับฉบับภาษาอังกฤษ ไม่ใช่คำแปล
- S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.15% ในสัปดาห์ 12-16 ต.ค. 2569
- บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีลงมาที่ 5.24% หลังแตะ 5.36%
- แนะนำกลยุทธ์ Barbell และรอซื้อเมื่อย่อในหุ้นเติบโตคุณภาพดี
Krungthai CIO แนะคงน้ำหนักหุ้นมากกว่าระดับปกติเล็กน้อยในระยะกลาง และใช้กลยุทธ์ Barbell หลังตลาดหุ้นโลกยังได้แรงหนุนจากความคาดหวังผลประกอบการไตรมาส 3 แม้ยังผันผวนจากต้นทุนทางการเงิน

ภาพรวมตลาด
ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย ประเมินภาพรวมสัปดาห์ 12-16 ตุลาคม 2569 ว่า หุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นต่อเนื่อง S&P 500 เพิ่ม 1.15% Nasdaq เพิ่ม 0.64% และ Dow Jones เพิ่ม 0.93% จากแรงหนุนหุ้นเทคโนโลยีและความคาดหวังงบไตรมาส 3
ตลาดหุ้นยุโรปฟื้นตัวปลายสัปดาห์ ส่วนหุ้นญี่ปุ่นปรับขึ้นแต่ยังเผชิญแรงขายทำกำไร ทางฝั่งมูลค่าหุ้นและความคาดหวังต่อ AI เริ่มเป็นข้อจำกัด
บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีลดลง 3.3 bps สู่ 5.24% หลังแตะ 5.36% ระหว่างสัปดาห์ ขณะที่บอนด์ยีลด์ไทยอายุ 10 ปีลดลงสู่ 2.37%
น้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 2.4% สู่ 104.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนทองคำเพิ่มขึ้น 1.3% แตะ 4,194 ดอลลาร์ต่อออนซ์
กลยุทธ์
Krungthai CIO แนะจัดพอร์ตแบบ Barbell ระหว่างหุ้นเติบโตคุณภาพดีที่มีฐานะการเงินและกระแสเงินสดแข็งแกร่ง กับกลุ่ม Healthcare เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาวัฏจักรหุ้น AI
ด้านหุ้นอ่อนไหวต่อการเคลื่อนไหวของตลาดสูง หรือ High Beta แนะรอจังหวะย่อตัวเข้าลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงหุ้นเทคโนโลยีเอเชียเหนือ
บริษัทยังระบุให้เน้นธุรกิจความปลอดภัยไซเบอร์ ระบบประมวลผล หน่วยความจำ และเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ พร้อมคงมุมมองบวกต่อธุรกิจโครงข่ายไฟฟ้าที่ได้ประโยชน์จากความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น และทยอยสะสมหุ้นเวียดนาม
สำหรับหุ้นจีน A-shares แนะถือรอความชัดเจนของกำไร ขณะที่หุ้นพลังงานช่วยป้องกันความเสี่ยงระยะสั้น และทองคำช่วยกระจายความเสี่ยงระยะยาว
ฝั่งตราสารหนี้ เน้นลงทุนในตราสารคุณภาพสูงอายุสั้นถึงกลาง เพื่อรับผลตอบแทนจากดอกเบี้ยและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราผลตอบแทนระยะยาว
Krungthai CIO มองบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีในช่วง 5.30-5.35% เป็นจุดพิจารณาเพิ่มสัดส่วนลงทุนสำหรับตราสารอายุยาว
สิ่งที่ต้องติดตาม
ปัจจัยที่ต้องติดตามได้แก่ ผลประกอบการไตรมาส 3 ของกลุ่มธนาคารและบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ตัวเลข CPI และ PPI สหรัฐฯ วันที่ 14-15 ตุลาคม 2569 GDP ไตรมาส 3 และ Core PCE
นอกจากนี้ยังมีการประชุม FOMC วันที่ 27-28 ตุลาคม การประชุม ECB วันที่ 28-29 ตุลาคม และการประชุม BOJ วันที่ 29-30 ตุลาคม เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยและผลกระทบจากต้นทุนพลังงานต่อเสถียรภาพตลาด
ที่มา: ThaiPR.NET Finance (TH press releases),