ข้ามไปที่เนื้อหา
PipDig

ข่าวคาดการณ์

ไอแบงก์จัดเวทีการเงินอิสลาม 14 ต.ค. 2569 ในกรุงเทพฯ

ไอแบงก์จัดเสวนา “Islamic Finance: From Crisis Resilience to Transition Finance” วันที่ 14 ต.ค. 2569 ในกรุงเทพฯ ในฐานะกิจกรรมคู่ขนานของการประชุม IMF-World Bank

โดย Kittipong Chaiyasit, Thailand Markets Editorกองบรรณาธิการ PipDig

หน้านี้เป็นฉบับภาษาไทย เขียนขึ้นจากข้อเท็จจริงชุดเดียวกับฉบับภาษาอังกฤษ ไม่ใช่คำแปล อ่านฉบับภาษาอังกฤษ

  • ไอแบงก์กำหนดจัดเวทีเสวนาวิชาการนานาชาติ “Islamic Finance: From Crisis Resilience to Transition Finance” วันที่ 14 ต.ค. 2569 ณ โรงแรมเดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ
  • งานดังกล่าวจัดขึ้นในฐานะกิจกรรมคู่ขนานของการประชุมประจำปี 2569 ของ IMF และ World Bank Group
  • ภายในงานมีปาฐกถาพิเศษจากนายอรุณ บุญชม และ H.E. Dr. Muhammad Sulaiman Al Jasser

เวทีวันที่ 14 ต.ค. 2569

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) กำหนดจัดเสวนาวิชาการระดับนานาชาติ “Islamic Finance: From Crisis Resilience to Transition Finance” หรือ “การเงินอิสลาม: จากความเข้มแข็งในยามวิกฤต สู่การเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่านที่ยั่งยืน” ในวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ โดยเป็นกิจกรรมคู่ขนาน (Affiliated Program) ของการประชุมประจำปี 2569 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group).

Macro close-up of embossed geometric tiles and stacked metallic discs forming an abstract pattern in warm gold and teal tones, with the main cluster centered high and a calm empty lower third.
ไอแบงก์จัดเวทีการเงินอิสลาม 14 ต.ค. 2569 ในกรุงเทพฯ

ไอแบงก์ระบุว่าเวทีนี้มุ่งแลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ การระดมทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่าน และโอกาสในการขยายความร่วมมือระหว่างประเทศ.

หัวข้อและผู้ร่วมเสวนา

งานนี้เปิดพื้นที่ให้ผู้นำและผู้เชี่ยวชาญจากประเทศไทยและต่างประเทศแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของการเงินอิสลามในการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ รับมือกับความท้าทายระดับโลก และระดมทุนเพื่อรองรับอนาคต.

ภายในงานมีนายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี และ H.E. Dr. Muhammad Sulaiman Al Jasser ประธานกลุ่มธนาคารพัฒนาอิสลาม (IsDB Group Chairman) กล่าวปาฐกถาพิเศษ.

การเสวนายังรวบรวมวิทยากรจาก 3 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และประเทศไทย โดยเป็นผู้แทนจากภาคสถาบันการเงินและภาควิชาการ.

ประเด็นที่เวทีจะหยิบยก

  • บทบาทของการเงินอิสลามในการก้าวจากการรับมือวิกฤตไปสู่การสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจในระยะยาว
  • แนวทางที่สถาบันการเงินอิสลามสามารถตอบสนองต่อความต้องการทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง
  • การระดมทุนเพื่อสนับสนุนการลงทุนอย่างยั่งยืน
  • การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนและระหว่างประเทศ
  • โอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนาความร่วมมือระดับภูมิภาค

บริบทสำหรับประเทศไทย

ไอแบงก์ระบุว่างานครั้งนี้เป็นโอกาสในการนำเสนอมุมมองด้านการเงินอิสลามภายใต้บริบทของสังคมพหุวัฒนธรรมและความหลากหลายทางศาสนา พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายกับพันธมิตรนานาชาติ.

ธนาคารยังระบุว่ามุ่งหวังให้เวทีดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่ต่อยอดสู่การสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว โดยเฉพาะการยกระดับศักยภาพและความเข้มแข็งของระบบการเงินอิสลามในประเทศไทย.

ที่มา: ThaiPR.NET Finance (TH press releases),